วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

รู้ไหม ยิ่งเครียด…ยิ่งปวดหลัง


ความเครียดกับอาการปวดหลังอาจดูเหมือน 2 อย่างที่ไม่น่าจะเกี่ยวกันได้ แต่ความจริงแล้วมันเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออกเลยล่ะค่ะ ดังนั้นใครที่กำลังเครียดๆ ก็ลองสังเกตดูสิคะว่าเรามีอาการปวดต้นคอ ปวดหลัง หรือปวดศรีษะอยู่บ้างหรือเปล่า ถ้ามี เรามีวิธีการที่ช่วยบรรเทาได้มาฝากกันค่ะ

เครียดกับปวดหลังเกี่ยวข้องกันอย่างไร

เมื่อเกิดความเครียด กล้ามเนื้อของเราก็หดเกร็งมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนหลังและลำคอ ซึ่งหากกล้ามเนื้อเกร็งอยู่เป็นเวลานานๆ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ เราจึงพบว่าคนที่กำลังเครียดมักจะมีอาการปวดต้นคอ ปวดเอว หรือปวดศีรษะร่วมด้วยนั่นเอง และหากยังเครียดต่อไปอีกนานๆ อาการปวดหลังปวดคอ และความเครียดนั้นก็จะลุกลามไปเป็นอาการเรื้อรังที่รักษายากกกกก มากๆ เลยล่ะค่ะ

นั่งนาน – นั่งผิดท่า – พักผ่อนน้อยก็มีส่วน

กลุ่มคนที่พบว่ามักมีความเครียดสูงก็คือคนที่อยู่ในวัยทำงาน และคนวัยทำงานยุคนี้ก็มักนั่งอยู่กับโต๊ะกันเป็นส่วนมาก ซึ่งการนั่งนานๆ โดยไม่ปรับเปลี่ยนอิริยาบถเลย และการนั่งผิดท่า ก็จะทำให้กล้ามเนื้อรับภาระหนักมากขึ้น ผนวกกับความเครียดที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและเพิ่มกรดในกล้ามเนื้อ อาการปวดหลังปวดคอของคุณก็จะยิ่งแย่ลง
นอกจากนั้น คนที่เครียดและพักผ่อนน้อย ก็อาจสังเกตว่าตัวเองมีอาการปวดหลังบริเวณบั้นเอวได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าบางวันจะเพิ่งลุกขึ้นนั่งได้ไม่นานเท่านั้นเอง นั่นเป็นเพราะว่าขณะที่ร่างกายมีความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ ไตก็จะทำงานหนัก ส่งผลให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ สัญญาณแรกๆ ของไตเสื่อมก็คืออาการปวดหลังที่คุณกำลังประสบนั่นเอง และคุณอาจจะมีรอยคล้ำใต้ตา ผิวพรรณไม่ผ่องใส หงุดหงิด เหนื่อยง่ายร่วมด้วย

จะบรรเทาอาการได้อย่างไร

วิธีที่ยั่งยืนก็คือการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งหมด เริ่มจากการนั่งให้ถูกท่า ลุกขึ้นมาเปลี่ยนท่าบ้าง เดินบ้าง และที่สำคัญคือนอนหลับให้เพียงพอเพื่อให้ไตได้พัก การนอนนี่เห็นผลจริงๆ นะคะ ช่วยได้ทั้งอาการปวดหลังและความเครียดเลยล่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วคุณจะพบว่าการปรับไลฟ์สไตล์ให้เรารู้สึกสบายเนื้อสบายตัวมากขึ้น ก็จะช่วยให้คุณเครียดน้อยลงได้มาก ตื่นมาสดใสมีกำลังใจทำงานขึ้นเยอะ
สำหรับคนที่ปวดหลังมากๆ การใช้ยาคลายกล้ามเนื้ออาจพอช่วยได้บ้าง แต่ควรจำไว้ว่าต้องทานยาหลังอาหารทันทีเพราะยามีฤทธิ์กัดกระเพาะสูงมาก (ไม่งั้นจะได้โรคกระเพาะแถมมาอีกอันล่ะ) การลองไปนวดแผนไทยหรือแผนจีนก็จะช่วยบรรเทาอาการและได้รับคำแนะนำในการปรับพฤติกรรมจากผู้นวดด้วย เพียงแต่คุณควรจะหาข้อมูลมาดีๆ ว่าที่ๆ จะไปเชื่อถือได้หรือไม่ ไม่เช่นนั้นอาการอาจจะหนักกว่าเดิม
นอกจากนั้นพยายามลดอาหารที่มีคอเรสเตอรอลและไขมันสูง เพราะของจำพวกนี้จะทำให้เส้นเลือดอุดตัน ส่งผลทางอ้อมต่อความเครียดและอาการปวดหลังของคุณได้เหมือนกัน อีกทั้งทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างเช่น สตรอวเบอรี่ ส้ม เพื่อเพิ่มความสดชื่น ลดความอ่อนเพลีย หรือจะทานวิตามินบีรวม กับกรดไขมัน Omega – 3 เพิ่มเติมดูบ้างก็ได้ค่ะ เพราะสองอย่างนี้มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้ อาจไม่ได้ออกฤทธิ์โดยตรงเหมือนยาแก้ปวด แต่จะช่วยคุณได้ในระยะยาวค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก ชุมชนคนสุขภาพดีค่ะ http://www.goodlywomen.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น